เกี่ยวกับสมาคม
ข้อบังคับ สมาคมเทคโนโลยีการศึกษาแห่งประเทศไทย

หมวดที่ ๑
ความทั่วไป

1.สมาคมนี้มีชื่อว่าสมาคมเทคโนโลยีการศึกษาแห่งประเทศไทยใช้อักษรย่อว่า“สทท”เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า
“ASSOCIATION FOR EDUCATIONAL TECHNOLOGGY OF THAILAND” ใช้อักษรย่อว่า “AETT”

2.รูปเครื่องหมายสมาคมเป็นรูปวงกลมสามวงซ้อนกันโดยเส้นวงกลมมีมิติหนากลางและบางเป็นอุโมงค์แห่ง
แสงสว่างมีอักษรชื่อสมาคมเทคโนโลยีการศึกษาแห่งประเทศไทยเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษล้อมอยู่รอบนอก
มีอักษรย่อภาษาอังกฤษ AETT แนวนอนอยู่ใต้ชื่อภาษาอังกฤษสีประจำสมาคมเทคโนโลยีการศึกษาแห่งประเทศไทย
คือ สีฟ้าทอง

3. สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่ที่ อาคารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เลขที่ 269/2 
ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

4. วัตถุประสงค์ของสมาคม
4.1 กำหนดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณเทคโนโลยีการศึกษา รับรอง กำกับดูแลการประกอบวิชาชีพ
เทคโนโลยีการศึกษา
4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพเทคโนโลยีการศึกษาการศึกษาและวิจัยด้านนวัตกรรมและเทคโน
โลยีการศึกษา
4.3 อบรมและเผยแพร่ความรู้ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาแก่ ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา
และประชาชนทั่วไป
4.4 ร่วมมือกับสมาคม มูลนิธิ องค์การและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษา ทั้งในและนอก
ประเทศ
4.5 จัดให้มีการอภิปรายสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับวิชาชีพเทคโนโลยีการศึกษาเพื่อการปฏิรูปและ
การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
4.6 สมาคมไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ตั้งโต๊ะบิลเลียดในสมาคม

หมวดที่ 2
สมาชิก

5 สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ
5.1 สมาชิกสมทบ ได้แก่ บุคคลที่เป็นนิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาในสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา หรือสาขา
วิชาโสตทัศนศึกษา หรือสื่อสารการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาและได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
5.2 สมาชิกสามัญ ได้แก่
5.2.1บุคคลที่สำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษาหรือโสตทัศนศึกษาหรือสื่อสารการศึกษา
ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปและได้เป็นสมาชิกสมทบของสมาคมต่อเนื่องไม่น้อยกว่าสามปี
5.2.2 บุคคลที่มีคุณวุฒิทางการศึกษาซึ่งปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีการศึกษา และเป็นสมาชิกสมทบของ
สมาคมต่อเนื่องไม่น้อยกว่าสามปี
5.2.3 ชมรม หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับกิจกรรมด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
ในประเทศไทย และได้สมัครเป็นสมาชิกสมทบของสมาคมต่อเนื่องไม่น้อยกว่าสามปี
5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ผู้ทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิในด้านเทคโนโลยีการศึกษาหรือมีความสนใจใน
กิจการของสมาคมเป็นพิเศษหรือผู้ที่สนใจในด้านเทคโนโลยีการศึกษาหรือเป็นผู้มีอุปการคุณต่อสมาคม ซึ่ง
คณะกรรมการลงมติให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคม และได้สมัครเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคม
สมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคมจะมีจำนวนไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนสมาชิกสามัญของสมาคม

6. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติต่อไปนี้
6.1 ผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3 ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความ
สามารถหรือต้องโทษจำคุกยกเว้นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษการต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ในกรณี
ดังกล่าวจะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

7. ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
7.1 สมาชิกสมทบ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 100 บาท ค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ 300 บาท
7.2 สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 200 บาท
7.2.1 ค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ 500 บาท
7.2.2 ค่าบำรุงตลอดชีพ 3,000 บาท
7.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงแต่อย่างใดทั้งสิ้น

8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมให้ผู้ประสงค์สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบ
พร้อมค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมที่สมาคมต่อเลขานุการโดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 2คนและ
ให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานสมาคมไม่น้อยกว่า15วันเพื่อให้สมาชิกอื่นๆของสมาคม
ได้คัดค้านการสมัครนั้นเมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก
(ถ้ามี)เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมเมื่อ
คณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้วผลเป็นประการใดให้เลขานุการแจ้งให้ผู้สมัครนั้นทราบโดยเร็วและส่งมอบ
ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมของสมาชิกผู้นั้นให้แก่เหรัญญิกภายใน 7 วันนับแต่วันอนุมัติ

9. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้นั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง
สมาคมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับ
ตั้งแต่วันที่ผู้สมัครนั้นได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงิน
ค่าลงทะเบียนและบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

10. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการได้
พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม

11. สมาชิกสภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
11.1 ตาย
11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ
และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก
11.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิก
ผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อที่ 12 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1 สมาชิกสมทบ
12.1.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคม
12.1.2 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง
12.1.3 มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
12.1.4 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกสมาคม
12.1.5 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ สนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
12.1.6 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมจัดขึ้น
12.1.7 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
12.2 สมาชิกสามัญและสมาชิดกิตติมศักดิ์
12.2.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคม
12.2.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
12.2.3 มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมจัดให้มีขึ้น
12.2.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
12.2.5 มีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงใน
การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 เสียง
12.2.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม
12.2.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดหรือ สมาชิกไม่น้อยกว่า 100 คน
ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
12.2.8 มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
12.2.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติกับการเป็นสมาชิกของสมาคม
12.2.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคม
12.2.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมจัดขึ้น
12.2.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

หมวดที่ 3
การดำเนินกิจการสมาคม

13. ให้มีคณะกรรมการหนึ่งมีหน้าที่บริหารกิจการสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย 10 คน อย่างมากไม่เกิน
19 คน คณะกรรมการนี้ ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม และผู้ที่รับเลือกตั้งจากที่ประชุม
ใหญ่เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน และอุปนายก 3 คน สำหรับตำแหน่งกรรมการอื่นๆ ให้นายกเป็น
ผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ของสมาคม ตามที่กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของ
กรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้
13.1 นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการสมาคม เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับ
บุคคลภายนอก และทำหน้าที่ประธานในการประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม
13.2 อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคม
ได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำ
หน้าที่แทนนายกสมาคมให้อุปนายกตามลำดับเป็นผู้ทำการกระทำแทน
13.3 เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการ
ปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุม
ต่างๆ ของสมาคม
13.4 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุลของ
สมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
13.5 ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคมและ
เตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาชิก
13.6 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียก
เก็บค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
13.7 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงและเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลทั่วไป
ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
13.8 กรรมการอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรให้มีขึ้น โดยมีจำนวนเมื่อรวมกับ
ตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับแต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนด
ตำแหน่งก็ให้ถือว่าเป็นกรรมการกลางคณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยนายก
สมาคมและคณะกรรมการอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสมาคม

14. คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่ง
ครบวาระแล้ว คณะกรรมการชุดใหม่ยังมิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบ
กำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทาง
ราชการ เมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ส่งและ
รับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่
วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

15. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิก
คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ที่
ดำรงตำแหน่งแทนที่จะได้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

16. กรรมการอาจต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
16.1 ตาย
16.2 ลาออก
16.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
16.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

17. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรม
การ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

18. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบนั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับนี้
18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะ
สามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
18.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ
18.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้
18.6 มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับ
กำหนดไว้
18.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
18.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดได้
เข้าชื่อร้องขอให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน
30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
18.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมให้
ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
18.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
18.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้

19. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการ
ของสมาคม

20. การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะ
ถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียง
ข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

21. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถ
ปฏิบัติหน้าที่ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมคราวนั้นเลือกตั้งกันเองเพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในการ
ประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 4
การประชุมใหญ่

22. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี 2 ชนิด คือ
22.1 ประชุมใหญ่สามัญ
22.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ

23. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ1ครั้ง

24. การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการ
เข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า
100 คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

25. การแจ้งกำหนดนัดประชุม ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้ง
จะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ โดยระบุเวลาและสถานที่ไว้ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วง
หน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7
วัน ก่อนถึงกำหนดการนัดประชุมใหญ่

26. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
26.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
26.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
26.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่
26.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
26.5 เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

27. ในการประชุมสามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อย
กว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้า
ร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คระกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุม
ขึ้นภายใน 14 วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วม
ประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้อง
ขอของสมาชิก ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่ ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

28. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์
แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

29. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถ
จะปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการที่มาประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็น
ประธานในการประชุมคราวนั้น

หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน

30. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินของสมาคมถ้า
มีให้นำฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์

31. การลงนามในตั๋วแลกเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคมหรืออุปนายกลงนาม
ร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อมประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

32. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)
ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน
50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นต้องเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

33. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน)
ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมในทันทีที่โอกาสอำนวยให้

34. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงิน
ทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมร่วมกับเหรัญญิกหรือ
เลขานุการ พร้อมประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

35. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

36. ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่ที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถ
เชิญคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

37. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

38. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้นและองค์ประชุมใหญ่จะต้อง
มีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้
เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม
ทั้งหมด

39. การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย
มติของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วม
ประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด

40. เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระ
บัญชีเรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในสาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา โสตทัศนศึกษา และ
สื่อสารการศึกษาทุกมหาวิทยาลัย เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการศึกษา

บทที่ 7
บทเฉพาะกาล

41. ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มใช้บังคับได้นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

42. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็น
สมาชิกสามัญ

ประมวลภาพบรรยากาศเก่าๆ โสตฯ-เทคโนฯสัมพันธ์ แห่งประเทศไทย

Image Gallery

สมาคมเทคโนโลยีการศึกษาแห่งประเทศไทย อาคารคณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เลขที่ 269/2 ถนนนครสวรรค์
ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม รหัสไปรษณีย์ 44000